พญ.สาทริยา ตระกูลศรีชัย
โครงการจัดตั้งภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ชาวเวชศาสตร์ฉุกเฉินทุกท่าน วันนี้จะขอคุยในหัวข้อเรื่อง “ความรุนแรงในครอบครัว” นะคะ เนื่องจากเมื่อ 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสตรวจผู้ป่วยหญิง อายุประมาณ 15 ปี ตั้งครรภ์ประมาณ 5 เดือน และถูกสามีทำร้ายร่างกายมาห้องฉุกเฉิน (เตะน่ะค่ะ) จริง ๆแล้วไม่ใช่แค่ประมาณ 2 - 3 เดือนเท่านั้นหรอกค่ะที่พบผู้ป่วยที่ถูกทำร้ายร่างกายภายในครอบครัวอย่างนี้ โดยเฉพาะผู้ป่วยหญิง แต่มีเหตุการณ์ที่ผู้หญิงถูกทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ดังนั้นปัญหาความรุนแรงในครอบครัวนี้จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ไกลตัว รวมทั้งได้มีโอกาสเห็นพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงร่วมรณรงค์ต้านความรุนแรงในครอบครัวและในผู้หญิง ดังนั้น doctor corner ครั้งนี้จึงขอนำเสนอเกี่ยวกับบทบาทของบุคลากรทางเวชศาสตร์ฉุกเฉินในกรณีที่พบผู้ถูกทำร้ายร่างกายมารับการตรวจที่ห้องฉุกเฉินนะคะว่า แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางเวชศาสตร์ฉุกเฉินเราจะมีส่วนร่วมและช่วยปัญหานี้ได้อย่างไร ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคิดว่า ห้องฉุกเฉินน่าจะเป็น health care settingที่สำคัญแห่งหนึ่งในการที่ผู้คนซึ่งเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวจะมารับการตรวจรักษา เพราะฉะนั้นหน้าที่อย่างหนึ่งของพวกเราชาวเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คือ การคัดกรอง ค้นหาปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในผู้ป่วยที่มาตรวจ และหลังจากค้นหาและพบผู้ป่วยแล้ว เรายังต้องช่วยเหลือโดยมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยไปยังที่ปลอดภัย หรือมีคนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆมาร่วมช่วยกัน จริง ๆไม่แน่ใจว่าในแต่ละโรงพยาบาลมีระบบคัดกรองปัญหา “ความรุนแรงในครอบครัว” และระบบที่จะช่วยในการส่งต่อผู้ป่วยหรือไม่นะคะ แต่คิดว่าบุคลากรฉุกเฉินของเราน่าจะช่วยสร้างระบบการคัดกรอง ค้นหา ให้การรักษาที่เหมาะสม การส่งต่อ รวมทั้งเพิ่มองค์ความรู้ในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ผู้ที่เป็นเหยื่อของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอาจจะเป็นได้ทั้ง เด็ก ผู้ใหญ่ คนหนุ่มสาว หรือคนแก่ และบางครั้งนอกจากความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา ก็อาจมีความสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น คู่รัก เลสเบียน เกย์ ก็อาจก่อปัญหาความรุนแรงได้นะคะ
ส่วนใหญ่ปัญหาความรุนแรงที่เกิดกับเด็ก (Child Abuse )ในแต่ละโรงพยาบาลมักมีระบบที่รองรับและทำการดูแลรักษาต่อเนื่องอย่างชัดเจน แต่ปัญหาความรุนแรงในผู้หญิงและคนแก่มักจะไม่ได้รับความสนใจมากนัก โดยเฉพาะในผู้หญิงซึ่งจริง ๆ แล้วก็พบอุบัติการณ์ได้ไม่น้อย บางรายงานบอกว่าอาจพบได้ถึง 5-39 % ของผู้หญิงที่เคยประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเลยนะคะ ปัญหาแรกคือ เราจะทราบว่าผู้ป่วยมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างไร ซึ่งส่วนหนึ่งเราจะทราบจากประวัติและการตรวจร่างกาย เช่น ประวัติถูกเตะ ต่อย ทำร้ายร่างกาย การตรวจร่างกายพบรอยฟกช้ำในที่ซึ่งไม่ควรได้รับบาดเจ็บ ผู้ป่วยแสดงความรู้สึกหวาดกลัวต่อคนในครอบครัวก็อาจมีส่วนช่วยให้เราสงสัย จริง ๆอยากแนะนำว่า มีแบบทดสอบหลาย ๆ แบบที่ใช้สำหรับการคัดกรองปัญหาว่าผู้ป่วยมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัวหรือไม่ ซึ่งเราอาจค้นหาได้จากหนังสือหรือ Website ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Website ของ CDC ( Centers for Disease Control and Prevention)ในประทศสหรัฐอเมริกา
ผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างแบบทดสอบง่ายๆ ซึ่งใช้เวลาสั้นๆในการทำแบบทดสอบมาสัก 3 แบบนะคะ ซึ่งแพทย์หรือพยาบาลที่จุดคัดกรอง พยาบาลที่ให้การรักษาพยาบาล รวมทั้งบุคลากรอื่น ๆในห้องฉุกเฉินอาจนำมาใช้ในการคัดกรองปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้นะคะ คือ
1. Partner Violence Screen (PVS) ประกอบด้วยคำถาม 3 คำถามโดยใช้เวลาประมาณ 20 วินาที คือ 1) คุณเคยถูกตี เตะ ต่อย หรือโดนทำร้าย โดยใครบางคนมาก่อนในช่วงปีที่ผ่านมาหรือไม่ และถ้าคุณเคย ใครคือคนที่ทำร้ายคุณ ?
2) คุณรู้สึกปลอดภัยกับความสัมพันธ์ในปัจจุบันหรือไม่?
3) เคยมีคนรัก แฟน หรือสามีภรรยาคนก่อน ซึ่งทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือไม่
การให้คะแนน: ถ้าผู้ป่วยตอบใช่สำหรับคำถามใดคำถามหนึ่งถือว่ามีความรุนแรงจากคนรัก (Partner violence )
2. Women Abuse Screening Tool (WAST) - Short
1) คุณจะบรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณอย่างไรโดยทั่ว ๆ ไป
O เต็มไปด้วยความกดดัน
O มีความกดดันบ้าง
O ไม่มีความกดดัน
2) เมื่อคุณหรือคู่รักของคุณโต้เถียงกัน คุณจัดการกับปัญหานั้นได้เป็นอย่างไร
O เต็มไปด้วยความยากลำบาก
O มีความยากลำบากบ้าง
O ไม่มีความยากลำบาก
การให้คะแนน: ให้ 1 คะแนนสำหรับคำตอบ เต็มไปด้วยความกดดัน หรือ เต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยมีคะแนนตั้งแต่ 0-2 คะแนน และตัดเกณฑ์ที่1 คะแนน
3. Emergency Department Domestic Violence Screening Questions ประกอบด้วยคำถาม 5 คำถาม คือ
1) ใครในครอบครัวคุณมีอารมณ์ร้ายและรุนแรงหรือไม่
2) เมื่อคุณมีการโต้เถียงหรือทะเลาะที่บ้าน คุณเคยกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณหรือลูกๆคุณหรือไม่
3) ผู้หญิงหลายคนที่มาที่ห้องฉุกเฉินที่มีการบาดเจ็บหรือมีอาการคล้ายๆ คุณ พวกเธอมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว มีปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นกับคุณด้วยหรือไม่
4) คุณต้องการที่จะพูดคุยหรือปรึกษากับใครบางคนเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่
5) คุณเคยมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยปัญหาบาดเจ็บหรือมีอาการอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากความรุนแรงในครอบครัวหรือไม่
การให้คะแนน: Acute domestic violence = ในกรณีที่ ผู้ป่วยตอบใช่สำหรับคำถามที่ 3หรือใช่สำหรับคำถามที่ 1 หรือ 2 และ 4
Probable acute domestic violence = ในกรณีที่ ผู้ป่วยตอบใช่สำหรับคำถามที่ 1 หรือคำถามที่ 2 หรือทั้ง 2 คำถาม
Past domestic violence = ในกรณีที่ ผู้ป่วยตอบใช่สำหรับคำถามที่ 5
ดังจะเห็นว่าแบบทดสอบชุดที่3 มีชื่อนำหน้าว่า ‘emergency’ ด้วยนะคะแสดงว่าบุคลากรฉุกเฉินน่าจะมีบทบาทในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับความรุนแรงจากครอบครัวอย่างแท้จริง ส่วนระบบส่งต่อผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมและเพื่อป้องกันความรุนแรงในอนาคตนั้นก็ควรมีการจัดตั้งทีมงานเพื่อให้การรักษาและตดตามปัญหาของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างต่อเนื่อง ผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างของ โรงพยาบาลรามาธิบดีซึ่งมีหน่วยงานที่เรียกว่า ‘นารีรักษ์’ คอยดูแลผู้ป่วยผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยจะมีกลุ่มแพทย์ พยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์ คอยประสานงานดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอาจมารับการตรวจรักษาตามหน่วยต่าง ๆของโรงพยาบาลได้ไม่ว่าจะเป็นห้องตรวจผู้ป่วยนอก ห้องฉุกเฉิน หรือหอผู้ป่วยในก็ตามซึ่งถ้าบุคลากรทางการแพทย์คำนึงถึงปัญหานี่ก็จะทำให้สามารถช่วยแก้ไขและคลี่คลายปัญหาให้แก่ผู้ป่วยได้แต่เนิ่นๆจนสามารถป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหตุร้ายแรงในอนาคตได้ ส่วนตัวของผู้เขียนเองคิดว่าชาวเวชศาสตร์ฉุกเฉินเรามีความสำคัญมากนะคะสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งอาจถูกละเลยได้ เราจะช่วยกันดำเนินตามเจตนารมณ์ของพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาในการเป็นหนึ่งเสียงที่จะหยุดความรุนแรงนะคะ ผู้เขียนคาดหวังว่าบทความนี้คงมีส่วนเป็นแรงกระตุ้นให้พวกเราชาวฉุกเฉินทุกคนหันมาสนใจปัญหานี้มากขึ้นนะคะ